วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ทำไมต้องทนทุกข์อยู่นะ

เขาให้อะไรบ้าง นอกจากความทุกข์

ฉันรู้แล้ว

เลิฟไม่ได้รักฉัน ถ้าฉันไม่มีหน้าที่การงาน ไม่มีเงิน เขาก็คงทิ้งฉันไปนานแล้ว เขาไม่ได้อยากเจอฉัน โทรหา มันก็แค่นั้น เขาไม่สนใจใครนอกจากตัวเอง เขาไม่เสียสละให้ใคร

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

บางครั้งฉันรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ไม่รู้จะเดินไปทางไหน ซ้ายก็ไม่ได้ ขวาก็ไม่ได้ ได้แต่อยู่นิ่ง ๆ ทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้ออกมา หวังว่าจะมีใครสักคนที่จะช่วยฉันให้หาทางออกได้ แต่ในที่สุด คนที่จะช่วยฉันได้ ก็มีเพียงฉันเท่านั้นที่จะช่วยตัวเองได้ ช่วยยังไง ได้จากการอยู่กับตัวเอง คิด ทบทวน ชีวิตฉันไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครเลย ไม่มีใครทำให้ฉันสุข และทุกข์ได้ หากฉันไม่ยอมรับ นี่คือสิ่งที่ฉันค้นพบ ชีวิตของฉัน ฉันเลือก ฉันใช้มัน อยู่กับมัน พัฒนาตัวเอง ไม่เกี่ยวกับใครเลย เกี่ยวกับตัวฉันเอง

สิ่งที่ฉันคิดตอนนี้คือ อยู่กับตัวเองให้ได้ และมีความสุขด้วย โดยไม่หวังพึ่งใคร รักตัวเองให้มาก ๆ เพราะฉันรู้ว่าในที่สุดแล้วคนที่ฉันรักมากที่สุด ในที่สุดแล้วเขาก็รักตัวเอง

สิ่งที่ฉันจะทำได้คือ กลับมารักตัวเอง ดูแลจิตใจตัวเอง ฉันจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุดให้ได้ โดยไม่พึ่งคนอื่น สุขจากข้างใน จากตัวเอง

ปล่อยเขาไปเถอะ ให้เขามีความสุขกับสิ่งที่เขาเป็นต่อไป อย่าไปอะไรอีกเลย ปล่อยเขาซะ ปล่อยเขาไป เราเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ นอกจากเปลี่ยนความคิดตัวเอง

เขาไม่ใช่คนที่ทำให้เราแย้มยิ้มได้หรอก นอกจากความทุกข์เท่านั้นที่เขาจะมอบให้

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554

อย่างไหนดี

อยู่ห่างกันแล้วคิดถึงกัน กับอยู่ด้วยกันแล้วเบื่อกัน อย่างไหนจะดีกว่ากัน ก็คิดเหมือนกันนะว่า อยู่ห่างกันแล้วคิดถึงกัน มีเวลาอยู่กับตัวเอง ต่างคนต่างทำหน้าที่ตัวเองไป ก็น่าจะดี

พยายามที่จะอยู่กับตัวเองให้ชิน ว่างก็คิดถึงเลิฟ แล้วก็ต้องทำหน้าที่ตัวเองต่อไป ความรักมีจริงมั๊ย บางทียังคิดนะว่า รักแท้คืออะไร ที่เคททำนี่ถูกแล้วใช่มั๊ย

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

วันหยุดของเคท

ทำงานทุกวันสองอาทิตย์ละ วันนี้เป็นวันแรกที่ได้หยุดซะที ดีเหมือนกันจะได้ทำอะไรหลายอย่างที่อยากทำ อันดับแรกเลย ซักผ้า อ่านหนังสือ ปักครอสติช เขียนแผนที่ชีวิตดีกว่า

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

คิดถึงเลิฟ

คิดถึงเลิฟมาก แต่ลึก ๆ ก็ไม่อยากเจอ อยากปล่อยเลิฟไป ถ้างอนเลิฟก็คงมาหา แต่จะทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อในที่สุด เคทก็ไม่อยากทำให้เลิฟลำบากใจ ไม่อยากโกรธกัน ทะเลาะกัน จากกันด้วยดีน่าจะดี เงียบ ๆ ไปน่าจะดีที่สุด โชคดีนะเลิฟ

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

เคทถอนฟัน

วันก่อนปวดฟันมาก คิดว่าฟันจะผุเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะจริง เป็นฟันกรามซี่ในสุด หมอบอกว่าไม่ต้องเก็บไว้หรอก ทำความสะอาดยาก เลยถอนซะเลย

ทุกวันนี้รู้สึกดี ไม่ห่วงกังวลกับเลิฟ ไม่กดดันเลิฟด้วย คงไม่ได้เจอกันอีกนาน

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

ดีกันแล้ว

วันเสาร์ที่ 17 กย เลิฟ ส่งข้อความมา บอกว่าเป็นห่วง คิดถึง ฝันถึงทุกคืน แล้วตอนแปดโมงโทรมาเสียงเหมือนร้องไห้ บอกคิดถึงเคทมาก เป็นห่วง เคทก็คิดถึงเลิฟเหมือนกัน ตกลงกับเลิฟว่าจะไม่โกรธเลิฟอีก แล้วอีกสิบปีเราจะอยู่ด้วยกัน เคทก็พยายามจะไม่วุ่นวายกับเลิฟมาก ห่วงให้น้อยลง เลิฟจะได้ไม่อึดอัด

จริงๆ แล้ว เลิฟรักเคทมากนะ แต่ว่าด้วยหลายอย่างเลิฟไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของเรา อยากให้ทุกอย่างจบแล้วเราไปอยู่ด้วยกันเลย จะได้ไม่มีใครว่าเคท กับเลิฟด้วย

เคทไม่รู้นะว่า อีกสิบปี หรือยี่สิบปี แต่เคทคิดว่าไม่เป็นไร ถึงแม้ว่าในที่สุดแล้วเนี่ย เคทกับเลิฟจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็ถือว่าชาตินี้มีวาสนาต่อกันแค่นี้ก็ดีมากแล้ว อย่างน้อยหลังจาก จากกันมานานก็ยังได้เจอกัน ได้บอกว่า รัก แค่นี้ก็ดีมากแล้ว

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

คิดถึงเลิฟ

คิดถึงเลิฟ คิดถึงเลิฟ คิดถึงเลิฟ คิดถึงเลิฟ คิดถึงเลิฟ คิดถึงเลิฟ

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

คิดถึงเลิฟจัง

คิดถึงเลิฟเหมือนกัน แต่เลิฟคงไม่คิดถึงเราแล้วล่ะ

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

มันดีแล้ว

ดีแล้วที่เราเลิกกันตอนนี้ เพราะถ้ายื้อต่อไป เคทจะเกลียดเลิฟมากขี้น และเลิฟคงเกลียดเคทเหมือนกัน เราห่างกันไป อาจจะนึกถึงสิ่งดี ๆ ที่เคยมีให้กันบ้าง อาจจะคิดถึงกันบ้าง อะไร ๆ มันคงดีขึ้น เลิฟก็มีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น เคทก็มีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น อยู่กับตัวเอง บางที นะ เราอาจจะเจอก็ได้ว่าเราต้องการกันมากแค่ไหน หรือไม่ต้องการกันเลย

สำหรับเลิฟแล้วคงอยู่ได้ อาจจะมีคิดถึงเคทบ้าง มันคงเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ

สำหรับเคทแล้วไม่รู้จะทำใจได้แค่ไหน แต่สักวันคงจะชินกับการที่ไม่มีเลิฟ

หรือเราต่างไม่ได้รักกัน เพราะไม่มีกันเราก็อยู่ได้ ความคิดถึงคงจางลงไป แล้วเราต่างก็รู้ใจตัวเอง ว่าจริง ๆ แล้วเราต้องการอะไร ใช่มั๊ย

หากเราเป็นคู่กันจริง ๆ ทุกสิ่งอย่างคงดลบันดาลให้เราได้อยู่ด้วยกันในที่สุด

เลิกกัน

วันนี้กลับจากนครสวรรค์ทั้งน้ำตา ตกลงหยุดการติดต่อกับเลิฟ รออีกสิบปี เราจะมาอยู่ด้วยกัน เลิฟบอกว่าเคทรักเลิฟมากไปหรือเปล่า เหมือนเลิฟค่อนข้างอึดอัด ที่เคยคุยกันไว้เคทเคยรับปากแล้วว่าจะเข้าใจ รอเลิฟ แต่ทำไมที่รับปากไว้ทำไม่เคยได้ เคทยอมรับว่า ทำไม่ได้จริง ๆ เลิฟบอกว่ามันเหมือนมะเร็งร้ายที่กัดกินหัวใจ เดี๋ยวเคทก็งอน เดี๋ยวก็โกรธ เพราะเคทคิดว่าเลิฟไม่รักไม่ใส่ใจ ซึ่งเลิฟก็ทำดีที่สุดแล้ว

ทุกวันเคทอยู่กับความรู้สึกที่ว่าอยู่ต่อไปไม่มีเลิฟ กับคบกับเลิฟต่อไป แล้วอยู่กับความรู้สึกที่เจ็บปวด อย่างไหนมันจะเลวร้ายกว่ากัน

แค่ไม่ได้คุยกับเลิฟสองวันก็คิดถึงแทบขาดใจแล้ว ส่วนเลิฟ เลิฟบอกอยู่ได้ ถ้าให้เลือกก็อยากมีเคทอยู่ แต่ถ้ามันลำบากก็เลิกกัน อีกสิบปีค่อยว่ากันเลิฟพูดง่ายดี

ก่อนหน้านี้เคทเจ็บปวด เสียใจ จิตตก ต้องอ่านหนังสือธรรมะข่มใจอยู่ตลอดเวลา เคทรู้สึกว่าเลิฟไม่เคยนึกถึงใครนอกจากตัวเอง เคทก็คอยโทษตัวเองว่าที่รักเลิฟเนี่ย ต้องการอะไรตอบแทนมากไปหรือเปล่า รักคือการให้ไม่ใช่เหรอ แต่นับวันที่เคทให้เลิฟ แต่กลับได้แต่ความเสียใจตอบกลับมาทุกครั้ง เพราะเลิฟไม่มีวันจะให้อะไรเคทได้เลยในตอนนี้ อีกสิบปีเคทจะไม่กลายเป็นคนโรคจิตไปแล้วเหรอ

เคท เคยชินกับการทำอะไรคนเดียว เลิฟไม่ต้องห่วง แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เคทก็ยังอยากได้ความห่วงใยจากเลิฟอยู่ เคทถามเลิฟหลายครั้งว่าเลิฟรักเคทมั๊ย เลิฟก็ไม่ตอบ แต่ที่ถามแล้วเลิฟตอบได้เลยก็คือ อีกสิบปีเลิฟตั้งใจที่จะอยู่กับเคท แต่ตอนนี้เลิฟทำได้แค่นี้ เคทบอกตามตรงว่าที่เลิฟทำอยู่ทุกวันนี้ ไม่รู้ว่ารักหรือเปล่า เลิฟทำดีที่สุดแล้วเลิฟบอกว่าเคยคิดที่จะพูดให้เคทเสียใจ เกลียดกันไปเลยจะดีมั๊ย เวลาที่ทะเลาะกัน แต่พอเวลาผ่านไป ก็คิดถึงแล้วก็โทรหา เคทเองก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน

มาวันนี้เคทอยากจะบอกเลิฟว่า เลิฟ เคทรักเลิฟนะ แต่เคทไม่เคยรู้สึกได้เลยว่าเลิฟรัก เลิฟบอกว่าเลิฟไม่ดี เห็นแก่ตัว นิสัยก็ไม่ดี เลิฟรู้มั๊ย แค่เพียงเคทรู้สึกได้ว่าเลิฟรักเคท เคทจะยอมทนเข้าใจทุกอย่างเพื่อว่าเคทจะมีเลิฟต่อไป แต่วันนี้ เคทคงต้องกลับมาดูแลจิตใจตัวเอง ในวันที่ไม่มีเลิฟ อีกสิบปี วันนั้นเคทคงเคยชินกับการไม่มีเลิฟแล้วสินะ

การเลิกกันครั้งนี้เคทจะคิดว่ามันเป็นการเริ่มต้นที่ดี เคทจะมีชีวิตที่ไม่ผูกติดกับเลิฟอีก เคทจะมีชีวิตที่ดี มีเวลาทำอะไรที่มันมีประโยชน์กับชีวิต ดีกว่ามานั่งเสียใจ น้อยใจกับเลิฟอีก ขอให้เลิฟโชคดี มีชีวิตที่ดีเหมือนกัน เคทรักเลิฟจ๊ะ

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

เคทแอบงอน

วันนี้ส่งใบลาแต่เช้า พรุ่งนี้จะไปหาเลิฟที่นครสวรรค์ ดูเส้นทางจากกูเกิลแล้ว เตรียมแผนที่แล้ว เลิฟโทรมาเช้า 4 สาย ไม่ได้รับอาบน้ำอยู่พอดี เลิฟโทรมาอีกทีคุยกันเลิฟบอกว่าออกไปซื้อกาแฟ ระหว่างทางก็คุยกันไปด้วย จนมีบางคนสงสัยว่าเลิฟเดินทำไม ไม่มีรถเหรอ เคทรู้ว่าเลิฟหาโอกาสคุยกับเคท ไม่อยากให้ใครเห็น พอเที่ยงไปเลี้ยงข้าวเพื่อน เย็นเลิฟโทรมาคุยได้สักพัก บอกเดี๋ยวค่ำโทรหาใหม่ ประมาณสองทุ่ม เลิฟโทรมาบอกจะแก้งานนอนเลยนะ โอเคนะ เหมือนสั่งเลย น้อยใจนะเนี่ย

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

เลิฟแอบงอน

เช้าเลิฟโทรหาตอนหกโมงสี่สิบ ถามว่าอาบน้ำรึยัง เคทบอกกำลังจะ งั้นเคทอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวโทรหาใหม่ เจ็ดโมงเลิฟโทรมาคุยกันไปแต่งหน้าไป จนขับรถถึงที่ทำงาน เลิฟถึงออฟฟิตพอดี ตอนใกล้บ่ายเลิฟโทรหา คุยกันสักพัก เคททำงานจนสี่โมงเย็น เลิฟโทรมาคุยเรื่องงาน หน้างานน้ำท่วม เลิฟทำงานไม่ได้ ทำได้แต่เอกสารอย่างเดียว คงยุ่งทั้งอาทิตยื อ้าวแล้วไปหน้างานทำไม ไปดูน้ำท่วมเหรอ เลิฟก็โกรธ บอกแล้วไงว่าทำเอกสารทั้งอาทิตย์ เราจำได้ว่าบอกเคทไปแล้วนะ เลยเปลี่ยนเรื่องคุยเดี๋ยวจะทะเลาะกันซะเปล่า ๆ จนห้าโมงครึ่ง เลิฟบอกเดี่ยวไปดูบอลก่อน แล้วเดี๋ยวโทรหานะ โอเค เลิฟคงงอนว่าเคทไม่สนใจ บอกเล่าอะไรแล้วไม่จำ เฮ้อ เราก็คุยไปเรื่อย ไม่ได้สนใจอะไร ไม่เห็นว่ามันสำคัญอะไร แต่สำหรับเลิฟแล้ว บอกแล้วไม่สนใจจำ จะโกรธ

เคทออกไปวิ่งกลับมาทุ่มครึ่งกินแก้วมังกร อาบน้ำดูทีวี นอน

ข้อสังเกต เลิฟไม่ชอบที่บอกอะไรแล้วเคทไม่จำ เหมือนไม่สนใจ หรือว่าอะไรเลิฟแล้วจะงอน ห้ามบอก สอนอะไรทั้งสิ้นรับฟัง และจดจำอย่างเดียวเลิฟจะชอบมาก

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

โทรหาเป็นห่วง

วันนี้เลิฟโทรหาเช้าตอนไปเติมน้ำมัน ก่อนแวะเข้าออฟฟิต สักพักโทรมาบอกว่ากำลังออกไปโกรกพระ เคทถึงที่ทำงาน กำลังกินข้าวเช้าพอดี เลิฟบอกว่าทำงานซะนะ แล้วก็วาง พอสิบโมงโทรถามเลิฟถึงไหนแล้ว เลิฟบอกยังไม่ถึงไหนเลย พอดีเคทยุ่งกับงานอยู่เลิฟขับรถดี ๆนะ แล้วก็วาง

เย็นเลิกงานเลิฟโทรมาบอกว่ากำลังคุยกับคนงานอยู่ เดี๋ยวโทรหานะ สักพักเลิฟก็โทรมา เคทถามว่างานยุ่งเหรอ อืม เลิฟทำงานก่อนก็ได้ ไม่เป็นไร เลิฟบอกเอางั้นเหรอ ก็ได้ ผ่านไปครึ่งชม เลิฟโทรมาก็คุยกันสักพักบอกว่ากำลังขับรถไปดูน้ำท่วม เห็นเด็ก ๆ เล่นแล้วดูสนุกดี บอกว่างานยุ่งทั้งอาทิตย์ คุยได้สักพักเลิฟบอกถึงออฟฟิตแล้ว เดี๋ยวดูงานก่อน แล้วเดี๋ยวโทรหานะ พอทุ่มกว่า เลิฟโทรมาบอกว่าอาบน้ำจะนอนแล้ว โอเค สระผมรึเปล่า อืม สระแล้ว เช็ดผมให้แห้งนะ อืมแห้งแล้วงั้นนอนซะ จ๊ะหวัดดีจ๊ะ

อ่านหนังสือของบัณฑิต อึ้งรังษี แล้วรู้สึกว่าตัวเองอยากจะเปิดร้านสอนภาษาอังกฤษ แต่ก่อนอื่นต้องพัฒนาการอ่าน พูด ฟัง เขียน ให้คล่องกว่านี้

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

ผ่านไปอีกวัน

ตื่นเช้าเลิฟโทรหา บอกกำลังขับรถออกจากบ้านไปตลาดซื้อกับข้าว แถมลืมเอาสมอลทอร์คออกมาด้วย มือถือโทรศัพท์คุยมาตลอดทาง ถึงตลาดบอกเลิฟให้วางโทรศัพท์ก่อนก็ได้ เลิฟบอกไม่เป็นไร พอเลิฟเดินซื้อของไปเรื่อย ๆ ก็เป็นห่วงเลิฟวางโทรศัพท์ก่อนมั๊ย แล้วจะถือของไหวมั๊ย เลิฟบอกไม่เป็นไร คุยได้ เลยคุยโทรศัพท์จนเลิฟซื้อของเสร็จ กลับเข้าบ้าน วางโทรศัพท์เคทก็อาบน้ำไปทำงาน ซื้อข้าวกล่องไปกินที่ทำงาน เลิฟโทรมาพอดี เคทถึงที่ทำงานแล้วใช่มั๊ย อ่ะทำงานซะ หวัดดีจ๊ะ พอบ่ายสามโมง เลิฟโทรมาไม่ได้รับ บ่ายสี่โมงเลิฟโทรมา บอกกำลังเก็บของกลับกรุงเทพ พรุ่งนี้เข้าออฟฟิตเช้าแล้วไปโกรกพระเลย เคทก็บอกให้ขับรถดี ๆ นะ วันอาทิตย์รถเยอะด้วย จ๊ะ เคทก็ดูแลตัวเอง รักเธอนะ จ๊ะรักเคทจ๊ะ หวัดดีจ๊ะ

กลับถึงบ้านห้าโมงเย็นไปวิ่งทีสนามกีฬาประมาณชั่วโมง กลับบ้านเข้าเน็ตอาบน้ำนอน ผ่านไปอีกวัน

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

ดีใจจังเลิฟมาหา

วันนี้เป็นวันเสาร์ ตื่นเช้าเลิฟโทรหาตอนออกจากบ้านไปซื้อกับข้าว ถามว่าวันนี้เคททำอะไร ก็บอกว่าไม่ทำอะไร จะรอเลิฟ เลิฟก็บอกว่าอื้อ คุยไปสักพัก ก็ถามอีกว่า เคทจะทำอะไร ก็บอกว่าก็รอเลิฟไง เลิฟก็บอกว่า งั้นรอเลยนะ ไปถึงไม่เกิน เที่ยง เคทฟังก็อึ้งเหมือนกัน ไม่คิดว่าเลิฟจะมาจริงๆ

เลิฟมาถึงประมาณ สิบโมงเช้า คุยกัน แล้วก็ไปกินชาบูชิกัน กินได้ไม่เยอะ คุยกับเลิฟไปก็กินไป อบอุ่นดี อยากอยู่กับเลิฟนาน ๆ แต่เลิฟก็ต้องมีงาน หน้าที่รับผิดชอบที่เลิฟบอกเสมอเลยว่า ขอทำหน้าที่ของเลิฟก่อน อีก สิบปี เราคงจะได้อยู่ด้วยกัน แล้วเราจะหยุดทำงาน ได้อยู่ด้วยกันจริง ๆ   แล้วเลิฟก็กลับ

เลิฟไม่ชอบเห็นหน้าเคทเวลาที่จากกัน เลิฟต้องไปทำงานหลายจังหวัดกว่าจะเจอกันก็ยาก เคทก็อดที่จะหน้าเสียทุกครั้ง เลิฟก็ไม่สบายใจ เคทเลยต้องก้มหน้า แล้วก็เงยหน้ายิ้มออกไป ขับรถดี ๆ นะ บาย แล้วก็คุยโทรศัพท์กับเลิฟไปตลอดทางจนเลิฟถึงบ้าน เลิฟบอกว่าพรุ่งนี้จะโทรหานะ

 ถามเลิฟว่าตอนแรกเห็นทำท่าว่าจะไม่มา ทำไมมาล่ะ คิดถึงเค้าเหรอ เลิฟก็บอกว่า ถ้าไม่มาเธอก็โกรธ ก็น้อยใจว่าอ้าว นึกว่าคิดถึง ทำไมเลิฟไม่คิดถึงเค้าเลยเหรอ เลิฟก็บอกว่าเค้าบอกเหรอว่าไม่คิดถึง ก็บอกว่าเปล่าเลิฟไม่ได้พูดหรอกแต่ไม่เห็นพูด หลัง ๆ เลิฟไม่ค่อยอยากจะบอกเกี่ยวกับความรู้สึก ไม่ค่อยบอกว่ารัก คิดถึง ชอบบอกว่าเค้าพูดเหรอว่าไม่รัก ไม่คิดถึง แล้วก็จบ ถามว่ากลัวเค้าโกรธมากเลยเหรอ เลิฟก็บอกว่าแรก ๆ เครียดอยู่เหมือนกัน แต่หลัง ๆ ก็เครียดน้อยลง บอกว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า มันทำให้เลิฟหงุดหงิดว่าเอาอีกแล้วเหรอ เวลาเคทโกรธก็จะไม่คุย ปิดโทรศัพท์ แรก ๆ เลิฟก็เครียด หลังๆก็รอเคทเปิดโทรศัพท์ แสดงว่าพร้อมจะคุยแล้ว ก็แค่นั้น ถามว่าเลิฟไม่คิดว่าจะเลิกกันไปเลยเหรอ เค้าไม่เคยคิด เลิฟบอก เดี๋ยวดีขึ้นก็คุยกันเอง

เย็นไปงานเลี้ยงที่โรงแรม ไม่ค่อยสนุก แต่ก็ดี เปลี่ยนบรรยากาศ กลับมานั่งฟังพระเทศน์ในยูทูบกล่อมเกลาจิตใจ จะได้มีจิตใจเข้มแข็ง จะได้ไม่กลัวกับการอยู่คนเดียว อยู่กับตัวเอง รู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง จิตใจเรามีสติเมื่อไหร่ก็จะมีความสุขเมื่อนั้น กำลังใจก็มาเอง